การจัดการภัยพิบัติในสถานศึกษาและเขตพื้นที่การศึกษา

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานได้จัดทำแนวทางการจัดการภัยพิบัติในสถานศึกษาขึ้นโดยกำหนดแนวทางเตรียมความพร้อม 3 ขั้นตอน คือ ขั้นก่อนเกิดภัย ขั้นขณะเกิดภัย และขั้นหลังเกิดภัย เป็นแนวทางสำหรับการนำไปปรับใช้ในการจัดการศึกษา ให้เหมาะสม และสอดคล้องกับสภาพบริบทของแต่ละสถานศึกษา รวมทั้งให้เกิดความสอดคล้องกับหลักการบริหารจัดการสาธารณภัย 2P 2R ของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ตามลำดับ ดังนี้

ขั้นก่อนเกิดภัยพิบัติ ( P1,P2 )

ขั้นการป้องกัน (P1: Prevention) มุ่งให้ความรู้และปลูกจิตสำนึก เรื่องภัยพิบัติและการปฏิบัติตนด้วยการฝึกอบรมและจัดทำสื่อชนิดต่างๆ การจัดทำคู่มือ แผนแม่บท แผนปฏิบัติการ และแผนการเผชิญเหตุ แผนการฝึกซ้อมรูปแบบต่างๆ รวมถึงแผนการจัดการเรียนรู้ การจัดนิทรรศการ การฝึกวิเคราะห์ความเสี่ยงของแต่ละภัยและแต่ละเขตพื้นที่ การจัดทำแผนที่อพยพและระบุพื้นที่ปลอดภัย

ยุทธศาสตร์ที่ 1 การป้องกันและลดผลกระทบ มีเป้าประสงค์เพื่อเตรียมการป้องกันพื้นที่ เสี่ยงภัยให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา สถานศึกษาและนักเรียนลดความเสี่ยงต่อภัยพิบัติประกอบด้วย 9 กลยุทธ์

กลยุทธ์ที่ 1 เตรียมการป้องกันพื้นที่เสี่ยงภัยให้สอดคล้องกับระดับความเสี่ยง

กลยุทธ์ที่ 2 จัดทำระบบเตือนภัยที่ดี มีความทันสมัย สามารถเตือนภัยได้ล่วงหน้านานพอและแจ้งเตือนได้ทั่วถึง รวดเร็วจนถึงระดับครัวเรือน

กลยุทธ์ที่ 3 จัดทำแผนที่และแผนอพยพหนีภัยและเตรียมสถานที่ปลอดภัยและเส้นทาง หนีภัยให้มีความพร้อม เป็นปัจจุบัน

กลยุทธ์ที่ 4 ให้ความรู้และสร้างความตระหนักแก่สถานศึกษาได้แก่ ผู้บริหารสถานศึกษา ครูบุคลากร และ นักเรียน รวมถึงประชาชน และในเรื่องภัยพิบัติ

กลยุทธ์ที่ 5 ให้ท้องถิ่น ชุมชนและประชาชนมีส่วนร่วมในการจัดการภัยภัยพิบัติ ในสถานศึกษา

กลยุทธ์ที่ 6 ให้สำนักงานเขตพื้นที่และสถานศึกษา จัดทำแผนจัดหาสำนักงานสำรองล่วงหน้า รองรับสถานการณ์วิกฤติและภาวะฉุกเฉิน เป็นสำนักงานชั่วคราว

กลยุทธ์ที่ 7 จัดระบบป้องกันและปกป้องระบบ IT ของสำนักงานหรือสถานศึกษา ด้วยการสำเนาข้อมูลที่สำคัญเก็บไว้ในที่ปลอดภัย

กลยุทธ์ที่ 8 วางแผนเรื่องบุคลากร เจ้าหน้าที่ของแต่ละฝ่ายทั้งบุคคลภายในและภายนอก เพื่อเตรียมไปช่วยงานในศูนย์อำนวยการทั้งระดับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาและสถานศึกษา เมื่อเกิดวิกฤติการณ์ เช่น เจ้าหน้าที่จัดเก็บ บันทึกข้อมูล เจ้าหน้าที่รับโทรศัพท์เรื่องราวร้องทุกข์ เจ้าหน้าที่ฝ่ายการพยาบาลและสาธารณสุข เจ้าหน้าที่เวรยามและยานพาหนะ เป็นต้น

กลยุทธ์ที่ 9 จัดกิจกรรมการฝึกซ้อมร่วมสร้างเสริมทักษะและความชำนาญให้แก่บุคลากรของรัฐและอาสาสมัครรวมทั้งจัดทำระบบการรับความช่วยเหลือจากในประเทศและต่างประเทศ

ขั้นการเตรียมความพร้อม (P2: Preparation) ที่มุ่งสร้างเครือข่ายเพื่อเตรียมความพร้อมในการรับมือและจัดการกับภัยพิบัติ เช่น การเสริมสร้างศักยภาพความร่วมมือกับชุมชน ประสานหน่วยงานบรรเทาสาธารณภัย หน่วยกู้ชีพในท้องถิ่น ประสานการติดตั้งสัญญาณเตือนภัย เตรียมยาเวชภัณฑ์ที่จำเป็น รวมถึงการจำลองสถานการณ์เพื่อฝึกซ้อมแผนการรับมือภัยพิบัติในทุกระดับ เพื่อให้ทุกฝ่ายสามารถซักซ้อมขั้นตอนการตอบโต้สถานการณ์และวิธีการปฏิบัติตนที่ถูกต้องปลอดภัย

ยุทธศาสตร์ที่ 2 การเตรียมพร้อมรับภัย เป้าประสงค์คือ เมื่อได้รับแจ้งว่าจะเกิดภัยพิบัติ หน่วยงาน ต่างๆ สามารถเตรียมการได้รวดเร็วทันการณ์ ทุกส่วนมีความเข้าใจเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นและออกจากพื้นที่เสี่ยงภัยและเฝ้าระวังภัย โดยไม่ตื่นตระหนก ประกอบด้วย 6 กลยุทธ์

กลยุทธ์ที่ 1 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาและสถานศึกษา เตรียมความพร้อมด้านกำลังคนและเครื่องจักรเครื่องมือ อุปกรณ์กู้ภัย และปัจจัยช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างเต็มที่

กลยุทธ์ที่ 2 มีการประสานงานกันระหว่างหน่วยงานต่างๆ เพื่อเฝ้าระวังแลกเปลี่ยนข้อมูลและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

กลยุทธ์ที่ 3 จัดเตรียมความพร้อมระบบสาธารณูปโภค อุปกรณ์สื่อสารสำรอง ระบบไฟฟ้าสำรอง ให้สามารถบริการและอำนวยความสะดวกได้เต็มศักยภาพ

กลยุทธ์ที่ 4 จัดระบบการประกาศเตือนภัยล่วงหน้าเป็นขั้นตอนให้ผูเกี่ยวข้องทุกฝ่ายเข้าใจสถานการณ์ที่เป็นจริงและชัดเจน

กลยุทธ์ที่ 5 เตรียมพร้อมด้านระบบการรายงานข้อมูล โดยสำรวจและและตรวจสอบเครื่องมืออุปกรณ์ ระบบฐานข้อมูลให้เป็นปัจจุบัน

กิจกรรมในขั้นตอนก่อนเกิดภัยพิบัติ

ส่งเสริมการจัดการศึกษาเกี่ยวกับการป้องกันและเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติ

1.ด้านการส่งเสริมการจัดการศึกษาเกี่ยวกับการป้องกันและการเตรียมความพร้อมรับมือภัยพิบัติ

เป้าหมาย

1.1 นักเรียน

1.1.1 นักเรียนทุกคนมีความรู้ความเข้าใจ มีเจตคติที่ดี และตระหนักต่อการเรียนรู้เรื่องภัยพิบัติ

1.1.2 ได้ฝึกปฏิบัติ ฝึกทักษะความสามารถในการป้องกันตนเอง ให้มีความปลอดภัยจากภัยพิบัติได้อย่างเหมาะสม

1.2. สถานศึกษา

1.2.1 สถานศึกษาทุกแห่งมีการจัดการศึกษาเรื่องภัยพิบัติด้วยวิธีการต่างๆ ที่เหมาะสมสอดคล้องกับความจำเป็น ดังนี้

  • 1) บูรณาการไว้ในหลักสูตรและกลุ่มสาระการเรียนรู้ต่าง ๆ

  • 2) จัดทำเป็นวิชาเพิ่มเติม บรรจุในโครงสร้างของหลักสูตร เพื่อเรียนรู้เรื่องภัยพิบัติเป็นการเฉพาะหรือจัดทำเป็นคู่มือการป้องกันภัยพิบัติ เป็นเอกสารอ่านเพิ่มเติมในห้องสมุด

  • 3) จัดเป็นกิจกรรมเสริมสร้างความรู้และการฝึกทักษะการเรียนรู้ในการป้องกันตนเองให้ปลอดภัยจากภัยพิบัติ ซึ่งสามารถจัดกิจกรรมรวมกันหรือแยกกิจกรรมตามศักยภาพและความพร้อมของแต่ละสถานศึกษา เช่น ทัศนศึกษา การเข้าค่ายภัยพิบัติ ประชุม สัมมนา การจัดนิทรรศการ การรณรงค์ (แข่งขัน/ประกวด) สร้างความตระหนักเกี่ยวกับภัยพิบัติ การฝึกซ้อมสถานการณ์ภัยพิบัติ การเรียนรู้เรื่องแผนที่ การอพยพหนีภัย การปฐมพยาบาล เป็นต้น

1.2.2 สถานศึกษามีความพร้อมด้านสถานที่ สื่อ อุปกรณ์และเครือข่ายด้านบุคคล หน่วยงานต่างๆ เพื่อสนับสนุนการจัดกิจกรรมให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์

1.3 เขตพื้นที่การศึกษา จัดทำกรอบสาระการเรียนรู้ท้องถิ่นเกี่ยวกับภัยพิบัติ

2. ด้านการวางแผนดูแลความปลอดภัยในสถานศึกษา

เป้าหมาย

2.1 นักเรียน

2.1.1 นักเรียนทุกคนได้รับการดูแลความปลอดภัย

2.1.2 นักเรียนทุกคนมีความตระหนักและให้ความร่วมมือในกิจกรรมการสร้างความปลอดภัยกรณีภัยพิบัติ

2.2 สถานศึกษา

2.2.1 สถานศึกษาทุกแห่งสามารถจัดระบบการดูแลความปลอดภัยให้แก่นักเรียนที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบ ได้อย่างเหมาะสม เช่น

1) ร่วมกับนักเรียนศึกษาสภาพภูมิศาสตร์บริเวณที่ตั้งโรงเรียนเพื่อคาดการณ์ถึงความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นหากเกิดภัย

2) จัดทำแผนที่ ขอบเขตพื้นที่ และเครื่องมือ วัสดุอุปกรณ์ต่างๆที่จำเป็นสามารถใช้การได้และดำเนินการอย่างเป็นระบบ

3) จัดทำแผนด้านบุคลากรฝ่ายต่างๆทั้งภายในและภายนอกสถานศึกษา สามารถประสานงาน ดำเนินการได้ทันที

2.3 เขตพื้นที่การศึกษา สนับสนุนอุปกรณ์ที่จำเป็นแก่สถานศึกษา เช่น เรือท้องแบน วิทยุสื่อสาร ให้คำแนะนำการวางแผนจัดการ

3. ด้านการเตรียมความพร้อมเผชิญสถานการณ์ภัยพิบัติ

เป้าหมาย

3.1 นักเรียน

3.1.1 นักเรียนทุกคนได้รับการฝึกซ้อมอพยพอย่างน้อย 1 ครั้งต่อปี

3.1.2 นักเรียนทุกคนมีสุขภาพกาย/สุขภาพจิตพร้อมรองรับสถานการณ์

3.2 สถานศึกษา

3.2.1 สถานศึกษาทุกแห่งมีแผนการซ้อมอพยพ และซ้อมใช้เครื่องมือ วัสดุ อุปกรณ์ เป็นประจำอย่างน้อย 1 ครั้งต่อปี

3.2.2 สถานศึกษาทุกแห่งมีแผนด้านบุคลากรฝ่ายต่างๆทั้งภายในและภายนอกสถานศึกษา ที่มีความรู้ ความสามารถและมีความพร้อมที่จะรับผิดชอบ ดำเนินการในสถานการณ์เผชิญภัยพิบัติ

3.2.3 สถานศึกษาทุกแห่งมีแผนการประสานงานกับหน่วยงาน องค์กรภายนอก ทีมงานจิตอาสากู้ภัย การพัฒนาบุคลากรภายในประกอบด้วย นักเรียน ครู บุคลากรทางการศึกษา ในการเตรียมความพร้อมในสถานการณ์ฉุกเฉินและเผชิญภัยพิบัติ

3.2.4 สถานศึกษาทุกแห่งมีแผนการประชาสัมพันธ์ข่าวสาร มีเครือข่ายประชาสัมพันธ์ เกี่ยวกับ ข้อมูลภัยพิบัติ และ ที่สถานการณ์ภัยพิบัติ มีความคล่องตัว และมีเครื่องมือการประชาสัมพันธ์ที่สอดคล้องกับสถานการณ์และเหมาะสมตามศักยภาพ

3.3 เขตพื้นที่การศึกษา

3.3.1 ประสานงานความร่วมมือระหว่างสถานศึกษาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเตรียมความพร้อมรับมือภัย

3.3.2 พัฒนาบุคลากรทางการศึกษา และครูผู้สอนในพื้นที่เสี่ยงภัย

3.3.3 จัดตั้งหน่วยจิตอาสากู้ภัย ประกอบด้วยนักเรียน ครู บุคลากรทางการศึกษา และบุคลากรจากหน่วยงาน/องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อเตรียมความพร้อม

3.3.4 ประชาสัมพันธ์ข่าวสารข้อมูลภัยพิบัติ และกิจกรรมด้านการป้องกันภัยพิบัติ

กิจกรรมในขั้นตอนขณะเกิดภัยพิบัติ (R1)

ขั้นการรับมือ(R1: Response) เป็นขั้นการบริหารจัดการในสถานการณ์ฉุกเฉินต่างๆ และการรับมือกับสถานการณ์ภัยพิบัติ ที่กำลังเกิดขึ้น ภายใต้รูปแบบการสั่งการที่เป็นระบบ เป็นขั้นตอนตามแผนการที่กำหนดไว้ และการประสานงานระดมทรัพยากร ระดมความคิด และความร่วมมือในการปฏิบัติการ แก้ไขปัญหา อุปสรรคเฉพาะหน้า เพื่อลดความเสี่ยงด้านการสูญเสีย และช่วยเหลือผู้ประสบภัยให้ได้รับความปลอดภัย รวมทั้งการบริการในภาวะวิกฤติ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและความสามารถในการดำรงชีพได้อย่างเหมาะสม ประกอบด้วยยุทธศาสตร์และการปฏิบัติการ ดังนี้

ยุทธศาสตร์ที่ 3 การจัดการในภาวะฉุกเฉิน เป้าประสงค์เพื่อให้สามารถเข้าปฏิบัติการค้นหา ผู้ประสบภัยและช่วยเหลือผู้ประสบภัยและผู้บาดเจ็บได้โดยเร็วได้โดยเร็ว ประกอบด้วย 6 กลยุทธ์

กลยุทธ์ที่ 1 พัฒนาศูนย์อำนวยการระดับเขตพื้นที่และสถานศึกษา ให้สามารถเป็นแกนในการสั่งการประสานงานอย่างมีประสิทธิภาพโดยใช้ระบบ ICS (Incident Command System) และมีกฎการปฏิบัติ (Rules of Engagement) ที่ชัดเจน

กลยุทธ์ที่ 2 ตรวจสอบข้อมูลและประสานงานหน่วยงานเครือข่ายซึ่งมีศักยภาพสูง เช่น องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สาธารณสุข หน่วยงานความมั่นคง และมูลนิธิต่างๆ เข้าช่วยปฏิบัติการค้นหาผู้ประสบภัย

กลยุทธ์ที่ 3 ตรวจสอบกำลังคนเข้าปฏิบัติการช่วยเหลือโดยเร็ว โดยเจ้าหน้าที่กู้ภัยที่ได้รับการฝึกฝน ทั้งของภาคราชการและในส่วนของชุมชน

กลยุทธ์ที่ 4 รายงานสถานการณ์ด้วยระบบสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ

กลยุทธ์ที่ 5 ควบคุมสถานการณ์และการปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบภัยในระยะ 24 ชั่วโมงแรกและระยะ 24-48 ชั่วโมง ให้เกิดประสิทธิภาพ พร้อมทั้งปรับปรุงระบบการรักษาพยาบาล อาหาร เครื่องดื่ม เครื่องนุ่งห่ม ยารักษาโรคและอุปกรณ์รักษาพยาบาล ที่พักพิง ให้เหมาะสมกับสถานการณ์

กลยุทธ์ที่ 6 การควบคุมสถานการณ์และการปฏิบัติการค้นหาระยะ 48-72 ชั่วโมง เน้นการค้นหาผู้รอดชีวิต การสืบหาญาติการรักษาพยาบาลการจัดการศพ การค้นหาทรัพย์สิน ให้ความช่วยเหลือและการสงเคราะห์เบื้องต้น

1.การปฏิบัติด้านความปลอดภัย

เป้าหมาย

1.1 นักเรียน

1.1.1 นักเรียนทุกคนปฏิบัติตนได้อย่างเหมาะสม ปลอดภัย ในภาวะฉุกเฉิน

1.2 สถานศึกษา

1.2.1 สถานศึกษาทุกแห่งสามารถปฏิบัติการตามแผน ประสานหน่วยงาน / เครือข่ายในพื้นที่เพื่อให้ความช่วยเหลือเบื้องต้นระดมความคิด ความร่วมมือ จากทุกภาคส่วน เพื่อแก้ปัญหาในภาวะวิกฤติ เพื่อดูแลความปลอดภัยให้แก่เด็กที่อยู่ในโรงเรียน เช่น การกำหนดเขตพื้นที่ปลอดภัย การอพยพนักเรียนและสิ่งของจำเป็นไปยังที่ปลอดภัย กำหนดเขตอันตรายหรือพื้นที่เสี่ยง ตรวจสอบสถานการณ์และการจัดการภัยในเบื้องต้น การแจ้งเตือนภัย และ ประสานงานกับศูนย์ / หน่วยงานที่ให้ความช่วยเหลือด้านต่างๆ และสื่อสารกับผู้ปกครองเด็กรายงานเหตุการณ์กับหน่วยบังคับบัญชาและหน่วยงานต้นสังกัดเป็นระยะ ๆ

1.3 เขตพื้นที่การศึกษา

1.3.1 ประสานหน่วยงาน/เครือข่ายในพื้นที่เพื่อให้ความช่วยเหลือเบื้องต้น

1.3.2 จัดตั้งศูนย์เฝ้าระวัง โดยมีคณะปฏิบัติการ ระบบเครือข่ายสื่อสาร และงบประมาณที่เพียงพอ

1.3.3 แจ้งเตือนสถานการณ์ภัยทุกระยะ

1.3.4 จัดหน่วยจิตอาสากู้ภัยเพื่อช่วยเหลือ โดยกำหนดภารกิจและพื้นที่ปฏิบัติการ

1.3.5 รายงานสถานการณ์ความเสียหายเบื้องต้นต่อหน่วยงานต้นสังกัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

2.การสนับสนุนทรัพยากรเพื่อการยังชีพและบรรเทาความเดือดร้อน

เป้าหมาย

2.1 นักเรียน

2.1.1 นักเรียนที่ได้รับความช่วยเหลือด้านอุปโภค บริโภค ที่จำเป็นอย่างเพียงพอ

2.1.2 นักเรียนได้รับความช่วยเหลือดูแลด้านสุขภาพอนามัยอย่างทั่วถึง

2.2 สถานศึกษา

2.2.1 สถานศึกษามีทรัพยากรบุคคล เครื่องมือ วัสดุอุปกรณ์ สำหรับบริหารจัดการ เพื่อแก้ไขปัญหา อุปสรรคต่างๆ และดูแลให้ความช่วยเหลือ บรรเทาความเดือดร้อนของผู้ประสบภัยอย่างเพียงพอ

2.3 เขตพื้นที่การศึกษา

2.3.1 ประสานหน่วยงาน/เครือข่ายในพื้นที่เพื่อระดมทรัพยากรให้ความช่วยเหลือเบื้องต้น

2.3.2 ประชาสัมพันธ์ ให้การช่วยเหลือด้านบุคลากร งบประมาณ ให้การปรึกษาด้านการบริหารจัดการทรัพยากร

2.3.3 รายงานผลการดำเนินงานการระดมทรัพยากรให้หน่วยงานต้นสังกัดทราบ

กิจกรรมขั้นหลังเกิดภัยพิบัติ (R2)

เป็นขั้นการฟื้นฟู (R2: Recovery) เป็นการฟื้นฟูกิจกรรมต่างๆให้กลับคืนมาสู่ภาวะปกติ รวมทั้งเร่งดำเนินการสงเคราะห์ช่วยเหลือนักเรียนหรือผู้ประสบภัย ให้ได้รับเครื่องอุปโภค บริโภค และสิ่งอำนวยความสะดวก และบรรเทาความเดือดร้อนเฉพาะหน้า ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้การบรรเทาเยียวยาทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจ การฟื้นฟูอาชีพ ให้สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ ประกอบด้วย

ยุทธศาสตร์ที่ 4 การจัดการหลังเกิดภัย มีเป้าประสงค์เพื่อช่วยเหลือให้ผู้ประสบภัย ให้สามารถฟื้นตัวกลับสู่ภาวะปกติด้วยการดูแลรักษาพยาบาล ซ่อมแซม หรือจัดหาที่พักจัดหาอาชีพ และฝึกอบรม ฟื้นฟูสภาพจิตใจและดูแลการศึกษาของเด็ก บูรณะซ่อมแซมฟื้นฟูระบบสาธารณูปโภค สภาพแวดล้อม ควบคุมโรคระบาด ภาวะมลพิษต่างๆ ให้กลับสู่สภาพปกติโดยเร็ว ประกอบด้วย 5 กลยุทธ์

กลยุทธ์ที่ 1 ปรับระบบ กระบวนการให้ความช่วยเหลือและฟื้นฟูผู้ประสบภัย ให้กลับคืนสู่ภาวะปกติ ให้เกิดความสะดวก รวดเร็ว ทั่วถึงและไม่ซับซ้อน

กลยุทธ์ที่ 2 ประสานการช่วยเหลือ จากหน่วยงาน องค์กรต่างๆ และจัดระบบการรายงานข้อมูลการได้รับความช่วยเหลือ เชื่อมโยงเครือข่ายหน่วยงานต้นสังกัดและ ช่องทางประชาสัมพันธ์ทางสื่อต่างๆ ให้มีทิศทางที่สอดคล้องกัน

กลยุทธ์ที่ 3 ประเมินความเสียหาย เพื่อให้การของบประมาณและขอความช่วยเหลือ ให้ถูกต้อง รวดเร็วตรงตามความต้องการ

กลยุทธ์ที่ 5 จัดกิจกรรมถอดบทเรียนเป็นกรณีศึกษา เพื่อทบทวน ปรับปรุงกระบวนการทำงานให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

1. ด้านการฟื้นฟูสภาพ

เป้าหมาย

1.1 นักเรียน

1.1.1 นักเรียนทุกคนได้รับวัสดุ อุปกรณ์ ที่จำเป็นในการเรียนการสอนเร็วที่สุด

1.1.2 นักเรียนทุกคนได้รับความช่วยเหลือ ฟื้นฟู ปัจจัยพื้นฐานในการดำรงชีวิต เช่น อาหาร เสื้อผ้า เครื่องนุ่งห่ม การซ่อมแซมบ้านพักอาศัย การรักษาโรคภัยไข้เจ็บ และการช่วยเหลือบรรเทาด้านจิตใจ รวมทั้งการฟื้นฟูอาชีพพื้นฐานของผู้ปกครอง ให้สามารถคืนกลับสู่ภาวะปกติโดยเร็วที่สุด

1.2 สถานศึกษา

1.2.1 ประสานงานกับหน่วยงานต้นสังกัด เพื่อรายงานความเสียหาย และได้รับความช่วยเหลือปรับปรุงซ่อมแซมอาคารเรียน วัสดุอุปกรณ์ และสิ่งแวดล้อมให้สามารถจัดการเรียนการสอนได้เร็วที่สุด

1.2.2 สามารถจัดทำข้อมูลนักเรียน ครู และสภาพเสียหายของอาคารสิ่งก่อสร้าง รายงานต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเสนอขอรับความช่วยเหลือได้ถูกต้อง รวดเร็ว

1.2.3 จัดกิจกรรมประชุม สัมมนา แลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อถอดบทเรียนภัยพิบัติที่เกิดขึ้น และจัดทำรายงานเพื่อการปรับปรุงพัฒนาในอนาคต

1.3 เขตพื้นที่การศึกษา

1.3.1 ประสานงานกับหน่วยงาน/องค์กร ที่ประสงค์ให้ความช่วยเหลือทั้งด้านการบริจาค และการบรรเทาทุกข์

1.3.2 ประมาณการเสียหายที่เกิดขึ้นจริงและเอกสารรายงาน

1.3.3 เสนอของบประมาณในการซ่อมบำรุง และฟื้นฟูจากหน่วยงานต้นสังกัด

1.3.4 ถอดบทเรียนภัยพิบัติที่เกิดขึ้น